There are no translations available.

โครงการโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง

(เป็นโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลก เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2536 แล้วเสร็จและเปิดใช้ ตุลาคม พ.ศ.2537)

?

โรงพยาบาลช้างฯ ความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้

จาก สถานการณ์ที่ช้างกำลังประสบปัญหา ทั้งจากแวดล้อมที่เปลี่ยนไป อุบัติภัยการเจ็บป่วยและการถูกคุกคามจากน้ำมือของมนุษย์ เช่น ช้างถูกรถชน ติดเชื้อบาดทะยักเนื่องจากถูกลักตัดงา ซุงทับขาหัก ถูกยิง ป่วยด้วยโรคนานาชนิด มนุษย์ ในฐานะผู้ล่าช้างมาจากป่าเพื่อประโยชน์ของตนเองมีความพร้อมรับสภาพการณ์ เช่น นี้เพียงใด ขณะที่ช้างป่ากำลังลดจำนวนลงอย่างน่าวิตก สวัสดิภาพชีวิตและความอยู่รอดของช้างบ้านที่คนนำมาใช้งานในกิจการ ต่างๆ กำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นกัน ทั้งจากอุบัติเหตุการเจ็บป่วยและการคุก คามจากมนุษย์ ช้างบางเชือกได้รับอุบัติเหตุถูกรถชน เจ้าของช้างหมดหนทางช่วยเหลือเพราะ ไม่ทราบว่าจะรักษาอย่างไรหรือพาไปรักษา ที่ไหน บางรายจำเป็นต้องปล่อยให้ช้างนอนรอความตายอยู่ข้างถนน แม้ป่าปิดไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังมีการลักลอบตัดไม้อยู่และนำไปลากไม้ใน ประเทศเพื่อนบ้าน และช้างจำนวนหนึ่ง ยังคงเป็นแรงงานและเหยื่อของกลุ่มคนที่ใช้ช้างเร่ ร่อนอีกด้วย และส่งขายไปยังต่างประเทศเพื่อละครสัตว์และสวนสัตว์ก่อ ให้เกิดภาวการณ์สูญเสียช้างในแต่ละปีไปเป็นจำนวนมาก

จาก วิกฤตการณ์ดังกล่าวมูลนิธิเพื่อนช้าง จึงได้สร้างโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกขึ้น โดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2536 และหน่วยรักษาแรกได้ก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถเปิดทำ การเมื่อ ตุลาคม ปี พ.ศ. 2537 เพื่อให้การบริบาลรักษาแก่ช้างป่วยทั่วไป และรองรับช้างที่ประสบเหตุให้ทุก กรณี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่อย่างใด

มูลนิธิ เพื่อนช้างมีความคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งโรงพยาบาลช้างฯ แห่งนี้สามารถเป็นที่พึ่งของช้างไทยได้ตลอดไป ถึงเวลาแล้วกระมังที่เราต้องหันมาเติมเต็มความพร้อมรับผิดชอบสวัส ดิภาพชีวิต ของเพื่อนจากป่า ที่เราพรากเขามาเพื่อประโยชน์ แต่ละเลยความเจ็บไข้ ความเป็นความตายของเขามาโดยตลอด และอย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อชะลอการสูญเสียช้างเพื่อไม่ให้เราต้องพูดคำ ว่า 'ช้างเชือกสุดท้าย' เร็ว เกินไป


การดำเนินการของมูลนิธิเพื่อนช้างตั้งแต่ปี 2537 - 2549

(ข้อมูลถึงปัจจุบันจะเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้)

?

พื้นที่ในการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลช้าง

สำนักงานสาขามูลนิธิเพื่อนช้าง และโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแม่ยาว ระหว่าง กม. ที่ 28-29 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้เมื่อ 30 ธันวาคม 2548 สำหรับพื้นที่ 29 ไร่ 40 ตารางวา มี พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ที่ อ.อ.ป ขอใช้จากกรมป่าไม้ และอนุญาตให้มูลนิธิฯ ใช้ตั้งแต่สร้างโรงพยาบาลช้าง (พ.ศ.2537) (ยังคงมีปัญหาการติดตั้งป้ายทำให้ผู้ตั้งใจมาโรง พยาบาลช้างของมูลนิธิฯ มักเลี้ยวผิด)

เหตุผลในการเลือกพื้นที่แห่งนี้สร้างโรงพยาบาลช้าง

โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างนี้ นอกจากเป็นโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกแล้วยัง ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาว อ. ห้างฉัตร จ. ลำปาง ทำให้ มีสภาพโดยรอบโรงพยาบาลใกล้ชิดธรรมชาติมาก ที่สุด นั่นคือ "ป่า" บ้านดั้งเดิมของช้าง ทางมูลนิธิฯ ได้ปลูกต้นไม้เพิ่มเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ เกิดความร่มรื่น ซึ่งจะช่วยบำบัดรักษาช้างให้มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

และ มีอีกเหตุผลหนึ่งคือต่างเห็นพ้องกันว่า ลำปางเป็นศูนย์กลางของภาคเหนือที่ สามารถเดินทางมาได้โดยสะดวก ผนวกกับมีบุคลากรที่เป็นปัจจัยสำคัญอยู่ในพื้นที่ ปัจจุบันมีช้างเข้ามารอรับการรักษาอยู่เป็นจำนวนมาก บางเชือกมาไกลจาก แม่ฮ่องสอน ตาก สุโขทัย สุรินทร์ ชัยภูมิ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ตรัง ซึ่งช้างส่วนใหญ่ที่เข้ามาขอรับการรักษามักมีอาการที่ต้อง ใช้เวลาในการรักษา นาน เช่น เป็นฝีหนองเรื้อรัง โพรงงาอักเสบเรื้อรังและอื่นๆ ที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 1 สัปดาห์ บางรายต้องอยู่รักษาตัวเป็นปี เช่น ช้างเหยียบระเบิด เป็นต้น


งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลช้าง

ใน การดำนเนินงานในการให้ความช่วยเหลือรักษา ช้างป่วยและช้างบาดเจ็บโดยโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างนั้น ต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการไม่ต่ำกว่า 10.000.000 บาท/ปี ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 13 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 - พ.ศ.2549 (ข้อมูลถึงปัจจุบัน พ.ศ.2552 จะ เพิ่มเติมเร็วๆ นี้) รวมแล้วกว่า 80 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ความต้องการอาหาร ปริมาณยาที่ใช้ในการรักษาย่อมต้องมากตามน้ำหนักและ ขนาดของช้าง รวมทั้งโรงเรือนต่างๆ ที่ใช้ในการพักรักษาตัวของช้างก็ต้องมีขนาดใหญ่ และมีความมั่นคงแข็งแรงเป็นอย่างมาก เพราะพละกำลังของช้างนั้นมหาศาลถึงแม้จะอยู่ในภาวะที่เจ็บป่วยไม่ สบายอยู่ก็ ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหลังจำนวนช้างป่วย ช้างบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่ม อาคารหน่วยรักษาช้าง บุคลากร และที่ตามมาก็คือค่าอาหารช้าง ค่ายารักษาช้างที่เพิ่มตามขึ้นมา

ค่าใช้จ่ายด้านอาหารช้าง

เนื่อง จากช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่าสองตัน อีกทั้งระบบการย่อยอาหารของช้างมีประสิทธิภาพต่ำ ดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้น้อย ช้างจึงต้องกินอาหารและน้ำคิดเป็นน้ำหนัก 10% ของ น้ำหนักตัว นั่นหมายถึง หญ้า,กล้วย,และ อาหารเพื่อเสริมสุขภาพ กว่า 200 กิโลกรัม/ตัว/วัน ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารช้างก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนช้างที่พัก รักษาตัว ณ เวลานั้น (ปกติจะมีช้างที่อยู่ประจำและหมุน เวียนเข้ามารักษาในแต่ละช่วงไม่ต่ำกว่า 10 ตัว) อีกอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาล เมื่อแล้งน้ำไม่พอ ทำให้หญ้าและอาหารช้างอื่นมีราคาสูงขึ้น

ค่าใช้จ่ายด้านยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับช้าง

และ จากขนาดและน้ำหนักตัวของช้างอีกเช่นกัน ที่ทำให้ปริมาณยาและเวชภัณฑ์ต่างที่ต้องใช้รักษาช้างป่วยแต่ละตัว ต้องมากตาม ไปด้วย เช่นการเติมน้ำเกลือหรือสารอาหารเหลวทางเส้นเลือดสำหรับช้าง ต้องใช้น้ำเกลือขนาด 1 ลิตร ประมาณ 20-25 ขวด กลูโคสกว่าร้อยขวด รวมทั้งวิตามินต่างๆอีกจำนวนหนึ่งจึงจะเพียงพอสำ หรับช้างหนึ่งตัวในหนึ่ง วัน แม้กระทั่งการทำแผลให้ช้างก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องใช้ปริมาณยาล้างแผล ยาฆ่าเชื้อ มากกว่าที่เราใช้ทำแผลคน หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หลายเท่าตัว จึงทำให้ค่าใช้จ่ายด้านยาและอุปกรณ์ ทางการแพทย์สำหรับช้างในแต่ละปีสูงมาก

ค่าใช้ จ่ายด้านบุคลากร

ใน การดำเนินการให้ความช่วยเหลือรักษาช้างนั้น ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้งสัตวแพทย์ ควาญช้าง อีกทั้งขณะทำการรักษาช้างในแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรในการรักษา ครั้งละหลายคนในการควบคุมช้าง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และมูลนิธิเพื่อนช้างต้องให้ที่พักและอาหารสำหรับควาญช้างที่นำ ช้างมารักษา ตลอดระยะเวลาที่ช้างรักษาตัวที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง ด้วย เพราะช้างจะให้ความไว้วางใจและเชื่อฟังควาญ ควาญช้างจึงจำเป็นในการควบคุมช้างรวมทั้งลดภาวะเครียดของช้างทำ ให้ผลการรักษได้ผลดียิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่ายด้านอาคาร สิ่งปลูกสร้างของหน่วยรักษาช้าง

โรง พยาบาลสำหรับช้างนั้นมีลักษณะเป็นโรงเรือน สูงโปร่ง แบ่งเป็นหน่วย โครงสร้างแต่ละหน่วยมีขนาด 10x10 เมตร สูง 8 เมตร เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ มีกำลังมหาศาล ถ้าอาคารโครงสร้างต่ำช้างจะสามารถใช้งวงดึงคานหรือสิ่งต่างๆ ได้ ตามที่ตั้งใจไว้นั้นโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิฯ จะประกอบด้วย 10 หน่วยย่อย ซึ่งจะสามารถรับช้างได้พร้อมๆ กันถึง 10 เชือก แต่ปัจจุบันมีช้างป่วยมากถึงเกือบ 30 เชือก พร้อมกัน ซึ่งทางมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้ การทำงานของแต่ละหน่วย จะถูกออกแบบ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ ทั้งการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และตัวช้างเอง ในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างแต่ละหน่วยนั้นได้ ดำเนินการสร้างทีละหน่วยตามทุนทรัพย์ที่มีอยู่และที่ได้รับสนับ สนุนเพิ่ม เติมเข้ามา ทั้งนี้สิ่งก่อสร้างประกอบด้วย หน่วยรักษา 7 หน่วย โรงพักช้าง 1 หน่วย เรือนเอนกประสงค์ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ อาคารสำนักงาน เรือนพัก 3 หลัง รวมบ้านพักสัตวแพทย์ อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์

เรือน พักเจ้าหน้าที่ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นทั้งนี้เนื่องจากโรงพยาบาลช้างต้องอยู่ ห่างชุมชน ทำให้การเดินทางของเจ้าหน้าที่มายังโรงพยาบาลช้างยาก ลำบากและใช้เวลาในการ เดินทางมาก อีกทั้งการดูแลช้างป่วยต้องมีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงเพราะอาจมีช้างป่วยเดินทางเข้ามารักษาเมื่อ ไหร่ก็ได้ (รวมทั้งเวลากลางคืนเช่น พังทองใบถูกนำตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง ในช่วง กลางคืน เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า และได้รับการรักษาในทันที และได้รับสารอาหารเหลวทางเส้นเลือดจนถึงหกโมงเช้า โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าวจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ในการดู รวมทั้งควาญที่ช้างที่กำลังรับการรักษาคุ้นเคยอยู่ด้วย) รวมทั้งตลอดเวลาในการรักษาช้างควาญช้างจะต้องพักอยู่ใน โรงพยาบาลช้างด้วย เพื่อควบคุมช้าง และสร้างความอุ่นใจให้กับช้างเพื่อผลในการรักษาที่ดี

รายการสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการดำเนินการรักษาช้างภายในโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง


สิ่งก่อสร้างที่แล้วเสร็จ
มูลค่า
ปี พ.ศ.ที่สร้าง
1. หน่วยรักษาช้างหน่วยที่ 1
(จากเงินบริจาคส่วนหนึ่งของประชาชนทั่วไปและประชาชนที่บริจาคผ่านรายการบ้าน เลขที่ 5 ประมาณ 3 แสนบาทเศษ)
500,000 บาท ตุลาคม 2537
2. หน่วยรักษาช้างหน่วยที่ 2 พร้อมห้องเก็บอุปกรณ์และห้องทำงานสัตวแพทย์
(จากเงินบริจาคของ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด)
500,000 บาท พฤศจิกายน 2538
3. เรือนเอนกประสงค์

300,000 บาท 2538
4. ติดตั้งระบบไฟฟ้า

500,000 บาท มิถุนายน 2538
5. ติดตั้งระบบน้ำบาดาลและถังเก็บพร้อมเครื่องกรองน้ำ

750,000 บาท 2539
6. โรงพักช้าง

450,000 บาท 2539
7. ซุ้มอนุสรณ์ช้างน้อย "ฮันนี่"

2539
8. บ้านพักควาญช้าง

550,000 บาท มิถุนายน 2540
9. ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
(เงินพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 700,000 บาท ผ่านองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้)
700,000 บาท กุมภาพันธ์ 2540
10. รางระบายน้ำฝน

150,000 บาท

มิถุนายน 2540

11. โรงเก็บอาหารช้าง

2541
12. ศูนย์ข้อมูลและซุ้มของที่ระลึก

2541
13. บ้านพักสัตวแพทย์
(2541 และทำการรื้อถอนเมื่อปี 2548)
200,000 บาท 2541
14. โรงครัวและโรงเตรียมอาหาร

2541
15. โรงพักช้างชั่วคราว
(2542 และทำการรื้อถอนเมื่อปี 2548)
2542
16. บ้านพักผู้มาเยือน

200,000 บาท 2542
17. หน่วยรักษาช้าง หน่วยที่ 3
(จากเงินบริจาคของบริษัท คิโนชิตะ ประเทศญี่ปุ่น ประสานงานโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
1,095,835.66 บาท ธันวาคม 2542
18. บ้านพักและสำนักงาน

320,731 บาท มกราคม 2543
19. หน่วยรักษาช้างเล็ก

397, 148 บาท มีนาคม 2543
20. บ้านพักควาญช้าง 2

92,671 บาท เมษายน 2543
21. โรงเรือนช้างพังโม่ตาลา

339,459 บาท เมษายน 2543
22. ห้องน้ำบริเวณหน่วยรักษาช้างเล็ก

33,949.50 กุมภาพันธ์ 2545
23.โรงเก็บพัสดุ

39,771 บาท มิถุนายน 2545
24. โรงเก็บหญ้า

9,458 บาท สิงหาคม 2545
25. บ้านพักควาญช้าง บริเวณหน่วยรักษาที่ 3

87,578 บาท มกราคม 2546
26. อาคารสำนักงาน

1,523,300 บาท มีนาคม 2547
27. โรงพักช้างพังอ้วน

14,797 บาท ธันวาคม 2548
28. ซ่อมบ่อปูนเก็บน้ำที่รั่ว ระบบวางท่อทำใหม่

88,355.25 บาท มีนาคม 2549



หน่วยงานรัฐและองค์กรที่มูลนิธิฯ ประสานงานเพื่อการรักษาและช่วยเหลือช้าง

  • คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ
  • โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง
  • โรงพยาบาลเขลางค์นครราม
  • ศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ภาคเหนือ
  • ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ ลำปาง
  • สถานีทดลองพืชสวน ห้างฉัตร
  • สถานีพัฒนาที่ดิน ลำปาง
  • สถาบันการศึกษาต่าง ๆ